อะไรที่มากเกินไป ย่อมเป็นพิษได้เสมอ

 

ผู้ใหญ่นั้นควรเล่นเกม (บ้าง)

เห็นกระแสดราม่าเรื่องห้ามลูกเล่นเกม แวนไม่ได้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแต่อย่างใด เพราะยังหาข้อสรุป (ให้ตัวเอง) ไม่ได้เหมือนกัน

งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าเกมหรือภาพยนตร์ที่ก้าวร้าว มีผลต่อพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กจริง และแวนก็เคยเห็นเด็กที่ติดเกมจนไม่เป็นอันเรียน ดังนั้นอะไรที่มากเกินไป ไม่มีการควบคุม ย่อมเกิดพิษได้เสมอค่ะ

แต่เกมไม่ได้มีแต่ประเภทก้าวร้าวเสมอไป ทั้งนี้การเล่นเกมคงต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ประเภทเกมที่เล่น ความพอดี การจัดสรรเวลา รวมถึงวัตถุประสงค์ของการเล่นเกมด้วย

มีน้องทีมงานคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า แฟนของเธอเก่งภาษาอังกฤษได้เพราะเล่นเกม

พอนึกย้อนมาถึงตัวเอง เกมที่แวนเคยติดงอมแงมตอนเรียน มีส่วนช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษของแวนอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นเกมที่ต้องรู้จักคำศัพท์จำนวนมากและต้องเข้าใจบทสนทนาของตัวละคร

ในความเห็นส่วนตัว สมัยนี้มีเกมให้เลือกเยอะแยะมากค่ะ การเลือกเกมที่มีประโยชน์ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นจริง แม้แต่ผู้ใหญ่เองก็สามารถพัฒนาตัวเองผ่านการเล่นเกมได้ อย่างเกมประเภท brain training ที่ช่วยฝึกสมองให้คิดแบบฉับไวอยู่เสมอ เป็นการป้องกันสมองเสื่อมสมรรถภาพที่นับวันจะเสื่อมลงไปตามอายุตัว

นอกจากนั้น แวนเคยทำงานออกแบบเกมจำลองธุรกิจ ก็เห็นว่าเกมประเภทนี้ช่วยให้ผู้ใหญ่เรียนรู้เรื่องซับซ้อนและสร้างโมเดลของตัวเอง เป็นวิธีการพัฒนาศักยภาพที่เติมเต็มจุดอ่อนของวิธีฟังบรรยายหรืออ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว เหมือนมีประสบการณ์ในเรื่องนั้นได้ใกล้เคียงของจริง

สรุปแล้วเกมไม่ได้ร้ายกาจเสมอไปนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าคนเลือกเล่นเกมประเภทไหน

สำหรับเด็กนั้นควรเล่นเกมรึเปล่า ไม่ฟันธงค่ะ คงต้องถามผู้เชี่ยวชาญ

แต่สำหรับผู้ใหญ่กหากเลือกได้ถูกต้องแล้ว เล่นเกมนั้นดีต่อสมองและการเรียนรู้เต็มๆ แถมยังทำให้การพัฒนาตัวเองเป็นเรื่องสนุกด้วยค่ะ

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

บทความล่าสุด
Please reload