มาเปลี่ยนความดื้อรั้นให้เป็นประโยชน์มหาศาลกันเถอะ

บางครั้งสัตว์เลี้ยงใกล้ตัวก็มีบทเรียนมาให้เรานะคะ

แวนซื้อลูกแมวตัวหนึ่งมาเลี้ยงค่ะ แมวพันธุ์นี้ถึงแม้จะติดคนแต่มักไม่ชอบถูกกอดหรืออุ้ม ในทุกๆวันแวนจึงชอบแกล้ง โดยการอุ้มมากอดรัดฟัดเหวี่ยงให้หนำใจ

แต่สิ่งที่แวนสังเกตเห็นพฤติกรรมของเจ้าเหมียว คือมันพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมกอดของคนค่ะ ก้าวข้ามแขน กระโดดขึ้นไหล่ มุดใต้แขน เมื่อไม่สำเร็จก็ลองถอยหลัง เอาตูดมุดออกจากวงแขนอีกทาง ขดตัว เอาเท้ายันคนเพื่อดันตัวเองออก

พอลองทำหลายๆวิธีแล้วไม่ได้ มันจะหยุด แต่ไม่ใช่เพราะยอมแพ้ แต่หยุดเพื่อคิดหากลยุทธ์ใหม่แล้วก็ลองต่อไปเรื่อยๆ ชนิดที่ว่าถ้าไม่สำเร็จมันจะไม่หยุด

แวนจึงเรียนรู้ว่า เพื่อให้ได้ตามสิ่งที่เราตั้งเป้าหมายไว้ บางครั้งคนเราต้องมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า และหัดดื้อรั้นเพื่อจะเอามาให้ได้

ทำให้แวนนึกถึงคนคนหนึ่งที่แวนรู้จักค่ะ เขาคนนี้มีนิสัยเหมือนแมวคือ หากมีภารกิจอะไรที่ตั้งใจไว้แล้ว เขาต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

เวลาที่เจอปัญหาสำหรับบางคนอาจยกธงขอยอมแพ้ แต่คนนี้ไม่ใช่ค่ะ เขาจะคิดหาวิธีอื่นเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ จนตอนนี้เขากลายเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในองค์กรที่มีวัฒนธรรมตรวจสอบหนักมาก จนไม่เอื้อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ ภายในระยะเวลาไม่ถึงปี จนได้รับการชื่นชม

เขาคนนี้ทำได้สำเร็จ เพราะเกิดจากนิสัยที่จะเอาก็ต้องเอาให้ได้ หากใช้วิธีที่หนึ่งไม่ได้ผล ก็จะมีวิธีที่สอง ที่สาม ที่สี่ ที่ห้า ตามมา

ไม่ว่าระบบองค์กรจะไม่เอื้อ ไม่มีผู้ใหญ่คอยดัน ทรัพยากรมีไม่พอ ไม่มีหน่วยงานไหนเข้าใจ หัวเดียวกระเทียมลีบ ต้องทำงานซ้ำซ้อน ทำงานอยู่ดึกดื่น แต่เขาเชื่อเสมอว่า “ทุกปัญหามีทางออก” จึงทำให้เขามีวันนี้

คุณเองก็ลองดื้อรั้นดูบ้างนะคะ ดื้อรั้นในทางที่เป็นประโยชน์ ให้ได้ตามเป้าหมายที่คุณตั้งไว้

ดูอย่างแมวเหมียวสิคะ มันไม่เห็นจะคิดอะไรมากเลย มีแรงก็ดิ้นๆ ไปเรื่อยๆ วิธีเก่าไม่ได้ผลก็หากลยุทธ์ใหม่ไปเรื่อยๆ ไม่เห็นมันจะบ่นท้อนู่นท้อนี่เลยค่ะ

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

บทความล่าสุด
Please reload