Critical Thinking อาวุธป้องกันไม่ให้ถูกหลอกในยุค Fake news และแชร์ลูกโซ่

 

หากพระพุทธเจ้าทิ้งคำสอนเรื่องหลักกาลามสูตร 10 ประการ ที่สอนเรื่องการไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ ไว้เป็นปัญญาในฝั่งตะวันออก ในฟากตะวันตกก็มี Critical Thinking ที่เริ่มมาจากยุคเพลโตและโสเครติส ที่พูดในเรื่องคล้ายกัน แต่ทำไมประชาชนในเมืองพุทธอย่างบ้านเรา จึงมีคนที่ถูกหลอกได้ง่ายหรือหลงเชื่อข่าวปลอมและสิ่งที่งมงายจำนวนมากมายมหาศาล?

Critical Thinking คืออะไร?

Critical thinking คือความสามารถในการ “คิด” อย่างกระจ่างแจ้งและมีเหตุผลหลักการ รวมถึงการเข้าใจความเชื่อมโยงกันของสิ่งต่าง ๆ ในเชิงของตรรกะ (โดยไม่ถูกใครล้างสมองหรือปล่อยข่าวลวงมาหลอกได้ง่าย ๆ)

หากจะพูดให้เห็นภาพง่าย ๆ แล้ว การคิดแบบ Critical Thinking นั้น คือการตั้งคำถามต่อเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยไม่รีบหลงเชื่อโดยไม่ได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนให้ดีก่อน

คนที่มี Critical Thinking จะเป็นนักหาข้อมูล นักตั้งคำถาม จนกว่าจะมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้น สมเหตุสมผล มีหลักการ และเชื่อได้ ซึ่งในทางตรงกันข้าม คนที่ถูกหลอกง่ายมักจะเป็นพวกที่ได้ยินหรืออ่านอะไรมาปุ๊บก็จะเชื่อเลยทันที ซ้ำร้ายหนักกว่านั้นคือ รีบแชร์หรือโพนทะนาต่อให้คนอื่นได้ข้อมูลนั้นไปเช่นกัน โดยไม่คิดจะ “เอ๊ะ จริงรึเปล่า” ไม่คิดจะตั้งคำถาม หรือไตร่ตรองให้ดี

คนที่ไม่ถูกหลอกได้ง่ายนั้น มักมีนิสัยไม่รีบเชื่อแต่จะวิเคราะห์ ค้นหาข้อเท็จจริง รวมถึงตั้งคำถาม แม้สิ่งนั้นคนอื่นจะบอกว่า ‘เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ’ ‘ประเพณีดั้งเดิม’ ‘ผู้หลักผู้ใหญ่สอนมา’ ‘คนอื่นบอกมา’ ‘มีงานวิจัยบอกว่า’ ‘มีด๊อกเตอร์ซักคนว่าไว้’ หรือ ‘เป็นความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้’ ก็ตาม

เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความสามารถในการคิดแบบ Critical Thinking นั้น จำเป็นต้องใช้สติปัญญาในระดับหนึ่ง จึงจะสามารถคิดให้เชื่อมโยงเป็นตรรกะ รวมถึงสามารถสร้างข้อสรุปที่สมเหตุสมผลได้ อย่างไรก็ตาม หากคนที่มักถูกหลอกง่ายรู้ตัวเองว่าเป็นคนเชื่อคนง่าย ก็มีโอกาสที่จะพัฒนานิสัยขี้สงสัยและพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์จนกลายเป็นคนที่มี Critical Thinking ได้

มีคำถามต่อมาว่า แสดงว่าคนที่มีสติปัญญาสูงจะไม่ถูกหลอกใช่หรือไม่? หรือคนที่มีการศึกษาสูงจะมี Critical Thinking โดยอัตโนมัติใช่หรือไม่? คำตอบคือ “ไม่แน่เสมอไป” ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนิสัยที่ไม่ชอบตั้งคำถามและค้นหาข้อมูล นิสัยที่มักปิดกั้นความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับความเชื่อตัวเอง รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่ว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เขานับถือบอกมา เพื่อนสนิทแนะนำมา หรือมีการพยายามให้ข้อมูลที่เบี่ยงเบนจากความเป็นจริงอย่างสม่ำเสมอ หรือแม้กระทั่งถูกจิตวิทยาหมู่ ถูกโฆษณาชวนเชื่อหนัก ๆ ก็อาจจะไม่รอดเช่นกัน

 

 


สิ่งที่บ่งบอกว่าคุณเป็นนักคิดแบบ Critical Thinker

Critical Thinker นั้นคือคนที่สามารถตั้งข้อสังเกต วิเคราะห์ ตีความ ตกผลึก ประเมิน อนุมาน อธิบาย แก้ปัญหา และตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผล รวมถึงความสามารถดังต่อไปนี้:

1. ขบคิดเรื่องต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรมและมีการวิเคราะห์
2. ประเมินแต่ละแนวคิดว่าสมเหตุสมผลหรือเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน
3. มองเห็นจุดอ่อนหรือข้อโต้แย้งในทุกหลักฐานหรือการถกเถียง
4. เข้าใจนัยยะที่อยู่เบื้องหลังทุกข้อความ บทความ หรือความคิดเห็น
5. ถกเถียงอย่างมีหลักการ มีเหตุผล และหลักฐานสนับสนุน โดยไม่กล่าวลอย ๆ หรือคิดเองเออเอง


 

หากอยากพัฒนาการคิดเชิง Critical Thinking จะทำยังไงได้บ้าง

จำไว้เสมอว่า อารมณ์ที่เข้มข้นมากอาจจะบดบังการคิดแบบมีเหตุผลได้ แต่ข่าวดีคือ คุณสามารถฝึกคิดแบบ Critical Thinking ได้ตลอดเวลา เช่น

ลองคิดถึงเรื่องที่เพิ่งมีคนบอกคุณมา หรือบทความที่เพิ่งอ่านเจอจากอินเตอร์เน็ต แล้วถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้:

 

  • ใครเป็นคนพูดหรือเขียนเรื่องนี้?

เป็นคนที่คุณรู้จักดี? เป็นคนที่มีอำนาจ? เป็นคนที่น่าเชื่อถือ? และคนพูดมีผลต่อเรื่องที่บอกมาหรือไม่?
 

  • พวกเขาพูดหรือโพสว่าอะไร?

พวกเขาพูดถึงข้อเท็จจริง (ที่มีหลักฐาน) หรือเป็นเพียงความคิดเห็น? พวกเขาได้ให้ข้อมูลรอบด้านหรือด้านเดียว? พวกเขาได้ทิ้้งประเด็นอะไรไว้ให้คิด?
 

  • พวกเขาพูดหรือโพสที่ไหน?

ในที่สาธารณะหรือพื้นที่ส่วนตัว? พวกเขาเปิดโอกาสให้คนอื่นได้ตอบหรือโต้แย้งสิ่งที่พวกเขาพูดหรือโพสหรือไม่?
 

  • พวกเขาพูดหรือโพสเมื่อไหร่?

สิ่งนั้นเกิดขึ้นก่อน ระหว่าง หรือหลังเหตุการณ์สำคัญใด ๆ หรือไม่? จังหวะเวลาสำคัญต่อการปล่อยเรื่องราวเหล่านี้หรือไม่?
 

  • ทำไมพวกเขาถึงพูดหรือโพสเช่นนั้น?

พวกเขาพยายามอธิบายเหตุผลสนับสนุนความคิดเห็นตัวเองหรือไม่? พวกเขาพยายามทำให้ใครดูดีหรือดูแย่หรือไม่?
 

  • พวกเขาพูดหรือโพสอย่างไร?

พวกเขากำลังมีความสุข เศร้า โกรธ หรือเป็นกลาง? พวกเขาพูดหรือเขียน? คุณเข้าใจสิ่งที่พวกเขาสื่อสารหรือไม่?

ในยุคที่อินเตอร์เน็ตอนุญาตให้ใครก็ได้แสดงความคิดเห็นหรือปล่อยข้อมูลใด ๆ Critical Thinking จึงยิ่งจำเป็นต่อการเอาชีวิตรอดจากการถูกหลอกในยุคดิจิตอลนี้อย่างมาก

การเชื่อคนง่ายนอกจากจะถูกหลอกให้เสียทรัพย์สิน เสียตัว เสียเวลา เสียโอกาส เสียหน้า เสียใจ หรือกระทั่งเสียชีวิตแล้ว คุณอาจตกเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่มได้ Critical Thinking คือเกราะป้องกันตัวคุณเองจากสิ่งเหล่านี้ และยังเป็นทักษะสำคัญหากคุณอยากประสบความสำเร็จในอาชีพส่วนมากอีกด้วย

สุดท้ายแล้วหลักกาลามสูตร 10 ประการที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้ ยังคงประยุกต์ใช้ได้เสมอ แม้เราจะอยู่ในศตวรรษที่ 20 แล้วก็ตาม และเชื่อว่า หลักนี้จะยังคงใช้ได้ไปอีกนานแสนนาน

 

 


กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ มีอยู่ 10 ประการ ได้แก่
 
อย่าปลงใจเชื่อด้วยการฟังตามกันมา
อย่าปลงใจเชื่อด้วยการถือสืบ ๆ กันมา
อย่าปลงใจเชื่อด้วยการเล่าลือ
อย่าปลงใจเชื่อด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์
อย่าปลงใจเชื่อเพราะตรรกะ (การคิดเอาเอง)
อย่าปลงใจเชื่อเพราะการอนุมาน (คาดคะเน)
อย่าปลงใจเชื่อด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
อย่าปลงใจเชื่อเพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว
อย่าปลงใจเชื่อมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้
อย่าปลงใจเชื่อเพราะนับถือว่าท่านสมณะนี้ เป็นครูของเรา

 

ที่มา
https://www.skillsyouneed.com/learn/critical-thinking.html
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

บทความล่าสุด
Please reload

บทความตามหัวข้อ