10 นิสัยของคนมั่นใจในตัวเอง

 


ความไม่มั่นใจในตัวเองลิดรอนโอกาสดี ๆ  ในชีวิตของคุณไปมากมายเพียงใด น่าเสียดายแค่ไหนเมื่อต้องใช้ชีวิตภายใต้ความกลัวจนไม่กล้าจะออกไปผจญภัยเพื่อเติบโต ความมั่นใจในตัวเองคือคุณสมบัติล้ำค่าที่จะพาคุณวิ่งฝ่าความหวาดกลัวออกไปได้

ความมั่นใจในตัวเองไม่ใช่การหลงตัวเอง ไม่ใช่การที่คิดว่าตัวเองดีที่สุด ดีเหนือใคร หรือดีจนไม่มีที่ติ แต่ความมั่นใจในตัวเองในที่นี้ คือการมีสติรู้ตัวเองว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร มีความสามารถอะไร มีเป้าหมายอะไร และต้องทำอะไร แล้วสุดท้ายก็จะกล้าลงมือทำเพื่อความฝันหรือตามเป้าหมายที่ตัวเองมี แม้ว่าจะรู้สึกกลัวหรือกังวลอยู่บ้าง

มีคนเป็นจำนวนมากที่ไม่สามารถก้าวข้ามความกลัวและความสงสัยในความสามารถตัวเองจนกระทั่งลงมือทำ จนกระทั่งประสบความสำเร็จ นั่นเพราะพวกเขายังไม่มั่นใจในตัวเอง

ข่าวดีคือสิ่งนี้คือคุณสมบัติที่พัฒนาได้ ซึ่งต้องอาศัยความมุ่งมั่นที่อยากเปลี่ยนตัวเองและการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

และนี่คือ 10 นิสัยที่พัฒนาได้ที่จะทำให้คุณกลายเป็นคนมั่นใจในตัวเอง



1. รู้จักตัวเอง

คนมั่นใจในตัวเองคือคนที่รู้จักและเข้าใจตัวเองดี ว่าพวกเขาเองก็มีความกลัว ความเคลือบแคลงสงสัยในความสามารถตัวเอง ความกังวลว่าทำแล้วจะล้มเหลวหรือโดนวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่

การเข้าใจนี้ยังรวมถึงการเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้พวกเขาไม่มั่นใจในตัวเองด้วย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขได้อย่างถูกจุดต่อไป และยังรวมไปถึงการรู้ว่าตัวเองมีข้อดีหรือมีความสามารถตรงไหน เพื่อต่อยอดไปสู่การพัฒนาจุดแข็งและเน้นย้ำความโดดเด่นให้เก่งขึ้นไปอีก

ซึ่งการรู้จักตัวเองนี่แหละคือจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาตัวเองต่อไป



2. พูดดีกับตัวเอง

คนมั่นใจในตัวเองจะไม่พูดลบ ๆ กับตัวเองแน่นอน ใครกันที่บั่นทอนกำลังใจตัวเองแล้วยังสามารถมั่นใจได้ มีแต่คนที่พูดสิ่งดี ๆ และให้กำลังใจตัวเองเท่านั้น

ถึงแม้ว่าคุณจะรู้อยู่เต็มอกว่าคุณมีข้อเสียหรือจุดอ่อนตรงไหน แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องไปแขวะหรือเน้นย้ำให้มันกลายเป็นหลุมดำหลุมใหญ่ในชีวิตคุณก็ได้ หรือแม้กระทั่งเมื่อเกิดข้อผิดพลาด แล้วคุณก็ไม่ควรจะดุด่าหรือซ้ำเติมตัวเองไปซะจนหมดกำลังใจจะลุกขึ้นสู้ใหม่ คนที่มั่นใจในตัวเองก็เคยทำพลาด เพียงแต่พวกเขาสามารถให้อภัยตัวเองได้ เพราะเข้าใจดีกว่าตัวเองก็คือคนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำพลาดได้บางครั้ง

การชมและพูดสิ่งดี ๆ กับตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ และการให้กำลังใจตัวเองก็สำคัญเช่นกัน คำแนะนำคือให้คุณพูดประโยคที่ชื่นชมตอกย้ำตัวเองทุกเช้า เพื่อเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดี และยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ตัวเองอีกด้วย



3. พัฒนาและดูแลตัวเองเป็นกิจวัตร

การปล่อยตัวเองให้โทรมจนใครก็ไม่กล้าเข้าใกล้ หรือปล่อยตัวเองให้กลายเป็นมนุษย์ขี้แพ้ ล้มเหลว ไม่มีอะไรดีตลอดกาลก็ไม่ทำให้คุณประสบความสำเร็จ

ดังนั้นคนที่จะมั่นใจได้คือคนที่ดูแลตัวเองให้ดูดีในระดับที่เหมาะสม เพราะบุคลิกภาพที่ดีคือใบเบิกทางในการจะเอาชนะสายตาที่ชอบตัดสินคนในเวลาไม่ถึง 10 วินาทีของคนอื่นได้ เพื่อจะได้มีโอกาสนำเสนอความสามารถข้างในในเวลาต่อมา

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การพัฒนาตัวเอง เพราะคุณจะไม่สามารถมั่นใจในตัวเองได้หากคุณไม่ได้มีความสามารถจริง การหลอกตัวเองไม่ช่วยทำให้คุณมั่นใจได้จริงและประสบความสำเร็จได้จริง ดังนั้นคุณจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองในแง่ทัศนคติและความสามารถอยู่เสมอ



4. ดูแลความสัมพันธ์ให้ดี

หลังบ้านดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะแม้ว่าคุณจะประสบความสำเร็จเรื่องอื่นมากแค่ไหน ผู้คนชื่นชมคุณมากแค่ไหน แต่ความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวคุณย่ำแย่ คุณก็ไม่มีทางจะภูมิใจและมีความสุขได้แท้จริง

การมีคนรอบข้างที่ดี มีความสัมพันธ์ที่ดีที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจยามที่คุณท้อนั้นถือเป็นลาภอันประเสริฐ ไม่ว่าอุปสรรคจะยิ่งใหญ่แค่ไหน คนอื่นจะไม่เห็นด้วยหรือต่อต้านคุณมากแค่ไหน แต่หากมีกำลังใจที่ดีจากคนที่คุณรัก รับประกันได้ว่าคุณผ่านพ้นมันไปได้แน่นอน

คนที่สนใจแต่ตัวเองและไม่ยอมดูแลความสัมพันธ์กับคนที่รักรอบตัวให้ดี มักพบกับความโดดเดี่ยว และสิ่งนี้จะยิ่งทำให้ไม่มั่นใจในตัวเอง เพราะพวกเขาจะรู้สึกว่าตัวเองไม่เอาไหนและไม่มีใครต้องการเขา



5. พัฒนาทักษะการเข้าสังคม

ไม่มีข้อแม้ใด ๆ หากคุณอยากเป็นคนมั่นใจในตัวเอง คุณไม่สามารถอ้างว่าตัวเองเป็นคน Introvert (คนที่ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว) เพื่อจะไม่ยอมพัฒนาทักษะการเข้าสังคมได้

ในเมื่อการมีคอนเน็คชั่นดี ๆ และการอยู่ในสังคมที่ดีจะดึงให้คุณก้าวหน้าได้เร็ว ดังนั้นคุณจึงไม่ควรมีข้อแม้ในการจะไม่พัฒนาทักษะด้านนี้ ซึ่งยิ่งคุณสามารถเข้าหาผู้คนแปลกหน้าหรือเก่งเรื่องการเข้าสังคมได้มากเท่าไหร่ คุณจะยิ่งมั่นใจในตัวเองมากเท่านั้น

ลองนึกภาพว่าคุณไม่เอาไหนเลยเรื่องการเข้าสังคม เมื่ออยู่ในที่ที่มีแต่คนแปลกหน้า แต่คุณก็ไม่กล้าพาตัวเองเข้าไปแนะนำตัว ชวนคุย หรือสร้างเพื่อนใหม่ ตลอดงานนั้นคุณคงต้องนั่งจับเจ่าอยู่คนเดียว เสียโอกาสในการได้คอนเน็คชั่นดี ๆ และเสียเซลฟ์มากขึ้นไปอีก



6. เลือกคบคน


อย่างที่คุณคงจะเคยได้ยินจนชินหูแล้วว่า คุณคือค่าเฉลี่ยของ 5-6 คนที่คุณใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด นั่นแสดงว่า สภาพแวดล้อม และคนรอบข้างของคุณมีอิทธิพลต่อความคิดและการเติบโตของคุณมาก

คุณคงต้องงัดพลังงานมาใช้มหาศาล หากถูกแวดล้อมไปด้วยคนที่คิดลบและพร้อมที่จะปรามาส ทำให้คุณเสียเซลฟ์ตลอดเวลา ดีไม่ดีคุณคงต้องยอมแพ้ และเชื่อว่าตัวเองไม่มีดีอย่างที่คนรอบข้างพูดกัน

คนมั่นใจในตัวเองมักเลือกพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางคนที่ให้พลังบวก ให้กำลังใจ รับฟัง ชี้ให้คุณเห็นว่าคุณมีคุณค่าอย่างไร และพร้อมสนับสนุนไอเดียของคุณ

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่หากคุณไม่เชื่อในแนวคิดนี้ ให้คุณทดลองไปอยู่ท่ามกลางคนที่ชอบดับฝันและถากถางให้คนอื่นเสียความมั่นใจดูก็ได้ ว่าคุณยังจะมั่นใจในตัวเองได้นานแค่ไหน


7. บริหารเงินอย่างดี

เชื่อหรือไม่ว่าปัญหาการเงินทำให้คนเสียความมั่นใจและความศรัทธาในตัวเองมานักต่อนัก คนที่เห็นว่าตัวเองล้มเหลวเรื่องการบริหารเงิน มีหนี้สินมากมาย หรือใช้เงินแบบชักหน้าไม่ถึงหลังคนไหนกันที่ยังสามารถมั่นใจและเคารพตัวเองได้อย่างแท้จริง

ไม่ว่าเบื้องหน้าคุณจะเริ่ดเลอ ผู้คนแซ่ซ้อง ศรัทธาคุณเพียงใด แต่หากข้างในคุณรู้อยู่เต็มอกว่าฉันกำลังเผชิญปัญหาเรื่องเงิน ก็ไม่สามารถทำให้คุณภูมิใจในตัวเอง แถมพลังความคิดยังถูกแบ่งไปวิตกกังวลเรื่องเงินอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

หากคุณต้องการความมั่นใจในตัวเอง คุณต้องเริ่มที่การบริหารเงินและทรัพย์สินของตัวเองให้ดีก่อน ซึ่งไม่ใช่การหาเงินให้ได้เยอะ ๆ แต่คือการจัดการรายได้ที่มีให้เพียงพอต่อการใช้ชีวิต และสั่งสมทรัพย์สินให้เพิ่มพูนทีละเล็กละน้อย ซึ่งเมื่อหมดความกังวลเรื่องเงินแล้ว คุณจะสามารถใช้พลังความคิดให้เต็มที่ไปกับการคิดสร้างสรรค์เพื่อทำให้ชีวิตก้าวหน้าต่อไป


8. บริหารความกลัวของตัวเอง

ทุกคนล้วนมีความกลัวติดตัวมาตั้งแต่เกิด และพัฒนาความกลัวที่หลากหลายรูปแบบจากการเติบโต เผชิญโลก และการเลี้ยงดู ดังนั้น ไม่ว่าจะมั่นใจมากแค่ไหนคุณก็ต้องมีความกลัว

โดยเฉพาะการที่เราเป็นสัตว์สังคมที่ต้องการการยอมรับให้เข้ากลุ่ม และความกลัวที่จะถูกกันออกจากกลุ่ม ความกลัวคนอื่นจะไม่ยอมรับ ความกลัวการถูกปฏิเสธ ความกลัวการถูกนินทาว่าร้าย เหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคที่สำคัญไม่ให้ใครหลาย ๆ คนกล้าจะทำอะไรที่แตกต่างหรือตามความฝัน

แต่คนที่มั่นใจในตัวเองจะรู้ว่าต้องบริหารและควบคุมความกลัวตัวเองอย่างไรเพื่อไม่ให้มันขยายอิทธิพลจนไม่กล้าลงมือทำ ซึ่งบางครั้งคุณอาจต้องเรียนรู้การพูดว่า “ช่างมัน” บ้างก็ได้

จำไว้ว่าหากคุณฟังเสียงความกลัวของคุณมากเกินไป คุณจะไม่กล้าออกไปทำอะไรที่ขยายศักยภาพและสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ (และนั่นจะทำให้คุณภูมิใจและมั่นใจในตัวเอง) คุณจึงต้องเรียนรู้ที่จะเพิกเฉย และเขี่ยมันทิ้งไปบ้าง


9. ปล่อยวางเรื่องที่ควรปล่อย

คุณไม่มีทางทำอะไรแล้วถูกใจคนทั้งโลกได้ ดังนั้นหากคุณกล้าหาญพอที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่สร้างสรรค์และแตกต่าง พึงระลึกไว้เลยว่าคุณจะต้องถูกใครบางคนแซะ หรือไม่เห็นด้วยแน่ ๆ  ซึ่งหากคุณไม่เรียนรู้ที่จะปล่อยวาง แต่กลับเก็บทุกเรื่องมาเป็นอารมณ์และเงื่อนไขชีวิต ไม่ช้า นอกจากคุณจะกลายเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองแล้ว คุณอาจยังเป็นซึมเศร้าไปเลยก็ได้

คนมั่นใจในตัวเองก็ต้องเคยถูกวิจารณ์ ต่อต้าน หรือไม่เห็นด้วยแน่นอน แต่พวกเขาฝึกฝนใจให้รับมือคำวิจารณ์และความเห็นจากคนอื่นได้ดี และสามารถสงบได้ พร้อมทั้งปล่อยวางเรื่องเหล่านั้นไม่ให้รบกวนใจและขัดขวางการก้าวหน้าของพวกเขาได้

การโดนบ่อย ๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการฝึกให้คุณชาชินกับสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นหากคุณต้องการจะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง จงพัฒนาสิ่งนี้ซะ


10. ทำตัวให้มีคุณค่า

คุณไม่สามารถจะมั่นใจในตัวเองได้ถ้าข้างในของคุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรที่มีคุณค่าต่อตัวเองและคนอื่นเลย การมีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ โดยไม่ได้สร้างอะไรเพื่อทำให้ชีวิตผู้คนดีขึ้นนั้น จะยิ่งทำให้คุณรู้สึกแย่กับตัวเองซะอีก

ในทางตรงกันข้าม หากคุณกำลังทำสิ่งที่มีคุณค่ากับคนอื่น สร้างหรือทำสิ่งที่ทำให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้น แม้คุณจะเหนื่อยแค่ไหน แต่รับประกันว่าคุณจะรู้สึกภูมิใจในตัวเอง และโดยเฉพาะหากยิ่งมีคนมาขอบคุณหรือซาบซึ้งในสิ่งที่คุณทำ จะยิ่งเป็นพลังใจสำคัญในการทำให้คุณมั่นใจในตัวเองและมั่นใจในสิ่งที่ทำมากขึ้น


สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างพัฒนาได้เสมอ หากเพียงคุณต้องการมันมากพอ และมุ่งมั่นมากพอที่จะอดทนฝึกฝนจนได้และจนเป็นสิ่งที่ต้องการ จากนี้ คุณก็สามารถเก่งได้และเป็นได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ

และสิ่งสำคัญคือ จงอย่ายอมให้ความกลัวมาปิดกั้นศักยภาพของคุณ  และจงอย่ายอมให้ความไม่มั่นใจในตัวเองมาหยุดยั้งคุณ

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

บทความล่าสุด
Please reload

บทความตามหัวข้อ