10 วิธีพัฒนา Growth Mindset กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

 

คุณเชื่อแบบไหนโลกของคุณก็จะเป็นแบบนั้น คุณมีความเชื่อเกี่ยวกับตัวเองแบบไหนคุณก็จะเป็นแบบนั้น ความคิดและวิธีคิดของคุณมีผลต่อชะตาชีวิตของคุณอย่างมากมายมหาศาล ชีวิตคุณจะเดินไปทางไหนต่อขึ้นอยู่กับว่าคุณมองและตีความสิ่งต่าง ๆ อย่างไร กรอบความคิด วิธีคิด หรือ Mindset หลัก ๆ ของคนเราออกเป็น 2 ประเภท คือ Fixed mindset และ Growth mindset ตามการศึกษาของ Carol Dweck นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา

คนที่มักมี Fixed mindset นั้น จะเชื่อว่าความสามารถต่าง ๆ ความเก่ง และความฉลาดของพวกเขาถูกกำหนดมาไว้แล้ว ดังนั้นแม้จะพยายามแค่ไหนก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก พูดง่าย ๆ ว่าถ้าเกิดมาเป็นคนฉลาด ยังไงก็จะฉลาด แต่ถ้าเกิดมาโง่ พัฒนาแค่ไหนก็สู้คนฉลาดไม่ได้อยู่ดี  คนเหล่านี้เชื่อในความฉลาด แต่มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความพยายามและการทำงานหนัก คนเหล่านี้ต้องการแสดงออกว่าเป็นคนเก่งและฉลาดเสมอ พวกเขากลัวที่จะถูกคนอื่นมองว่าโง่

ในทางตรงกันข้าม คนที่มี Growth mindset จะเชื่อในการพัฒนาตัวเอง การเรียนรู้ การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจะทำให้พวกเขากลายเป็นคนเก่งและมีความสามารถมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาเชื่อว่าความพยายาม การทำงานหนักคือพาหนะที่จะพาไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้นคุณจึงมักจะเห็นคนเหล่านี้ใช้เวลาไปกับการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ การพัฒนาตัวเอง เพื่อผลักดันให้ตัวเองก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขามองว่าแต่ละคนแตกต่างกัน เกิดมาพร้อมกับคุณสมบัติตั้งต้นไม่เหมือนกัน พวกเขาจึงมักเคารพในจุดแข็งที่แตกต่างกันของผู้คน และเชื่อว่าทุกคนสามารถพัฒนาตัวเองให้เก่งได้

 

 

เมื่อวันก่อน แวนเพิ่งได้ดูสารคดีเรื่อง Memory Games ทาง Netflix ว่าด้วยเรื่องราวของนักกีฬาแข่งความจำระดับโลก รวมเอาบรรดาอัจฉริยะที่สามารถจำตัวเลขได้เป็น 100-200 หลัก หรือจำลำดับไพ่ทั้งสำรับได้อย่างแม่นยำ ทุกอย่างดูมหัศจรรย์มาก และผู้คนเหล่านั้นดูเป็นยอดมนุษย์ที่คนธรรมดาอย่างเรา ๆ คงไม่มีทางทำได้ แต่แล้วเมื่อรายการตามติดชีวิตและไปสัมภาษณ์แชมป์บางคน กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้เกิดมาพร้อมกับยีนหรือเซลส์ที่จำแม่นตั้งแต่เกิด แต่พรสวรรค์ของพวกเขากลับเกิดขึ้นหลังจากที่พวกเขาตัดสินใจว่าต้องการจะเอาดีด้านนี้ให้ได้ กลับกลายเป็นว่า แม้แต่อัจฉริยะด้านความจำ มันคือการฝึกฝนและการเรียนรู้เทคนิคต่างหาก

 

ตั้งแต่นั้นมา แวนจึงเชื่อว่า ทุกทักษะและความสามารถ เราฝึกฝนและพัฒนาขึ้นมาได้เลย ซึ่งเป็นความเชื่อของ Growth mindset นั่นเอง

ทำไม Mindset ถึงสำคัญ?

หากคุณเชื่อไปซะแล้วว่าคุณสมบัติหรือความสามารถบางอย่างพัฒนาไม่ได้ คุณก็จะไม่ขวนขวายหาทางเรียนรู้เพื่อให้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น คุณไปนำเสนองานต่อหน้าผู้บริหารหรือลูกค้าคนสำคัญ แต่ปรากฏว่าครั้งนั้นผลออกมาไม่ดีเท่าที่ควร คุณถูกตำหนิและสูญเสียโอกาสสำคัญไป หากคุณมี Fixed mindset คุณจะท้อแท้อย่างหนัก และตัดสินตัวเองทันทีว่าคุณไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ รวมทั้งเชื่อว่า ต่อให้ทำแบบนี้อีกกี่ครั้งก็จะจบเหมือนเดิม โดยที่ไม่ได้คิดจะเตรียมตัวให้ดีมากขึ้น ทำงานให้หนักขึ้นสำหรับการนำเสนอครั้งถัดไป ดังนั้นคุณจึงไม่พยายามต่อ แถมยังคอยหลีกเลี่ยง ไม่รับโอกาสที่จะนำเสนองานอีก

แต่ข้อเท็จจริงคือ คนยิ่งใหญ่เปลี่ยนโลกทั้งหลายที่คุณเห็นผ่านตามามากมาย พวกเขาก็เกิดมาพร้อมสารตั้งต้นที่ยังไม่ได้รับการขัดเกลา แต่ด้วยพวกเขาเชื่อในความพยายามอย่างไม่ลดละของตัวเอง ทำ 10 ครั้งแรกแล้วพลาด พวกเขาก็ยังไม่เลิกพยายาม ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว คนที่ประสบความสำเร็จเกินค่าเฉลี่ยคนทั่วไป จะมีอัตราความพยายาม และความอดทนต่อความล้มเหลวสูงกว่าคนทั่วไป

นอกจากนี้ พ่อแม่ Mindset อย่างไร ก็จะส่งต่อถ่ายทอดไปให้ลูกด้วยเช่นกัน หากพ่อแม่มี Fixed mindset พวกเขาจะชื่นชมในความเก่งความฉลาด แต่ไม่เคยให้รางวัลกับความพยายามของลูก พวกเขาจะเอาแต่เปรียบเทียบความฉลาดของลูกกับเด็กบ้านอื่น และตำหนิหากลูกไม่สามารถแสดงความฉลาดออกมาให้เห็นได้ดังใจ และในที่สุด ลูกๆ ของพวกเขาก็จะเชื่อแบบนั้นเช่นกัน ซึ่งหากตัวเองไม่สามารถแสดงว่าตัวเองฉลาด พวกเขาจะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ นำไปสู่การมี self-esteem ที่ต่ำลงไปอีก

พ่อแม่ที่มี Growth mindset จะให้กำลังใจมากกว่าตำหนิ และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความพยายาม ทำให้ลูกเห็นพัฒนาการของตัวเองที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จากการฝึกฝนตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ลูก ๆ บ้านนี้จึงมีความมุมานะและความเพียรมากกว่าลูกบ้าน Fixed mindset

 

 

วิธีพัฒนา Growth Mindset

การพัฒนามีหลากหลายวิธี ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้วิธีที่ถูกจริตและได้ผลสำหรับคุณ

1. เปิดใจยอมรับจุดอ่อนของตัวเอง

เมื่อคุณเปิดใจมองดูตัวเองอย่างเป็นกลาง คุณจะมองเห็นบางด้านที่เป็นจุดอ่อน เช่น หากคุณรู้ตัวว่าตัวเองชอบผัดวันประกันพรุ่ง และมักทำให้ทำงานล่าช้าเกินกำหนด ทุกครั้งผลงานออกมาก็ไม่ดีเท่าที่ควร ต่อไปคุณก็จะสามารถวางแผนเพื่อพัฒนาตัวเองให้ทำงานโดยมีแผนล่วงหน้ามากขึ้น

2. มองว่างานยากและปัญหาคือโอกาส

งานยากจะดึงศักยภาพของคุณออกมา โดยธรรมชาติคนเรามักจะมีความกลัวล้มเหลวเมื่อต้องรับโอกาสท้าทายใหม่ ๆ ที่คุณยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ แต่หากคุณเอาแต่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและงานง่ายของตัวเอง คุณจะไม่ได้พัฒนาและเติบโตไปไหน ดังนั้น ปัญหาและงานยากคือพาหนะที่จะพาคุณให้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ

3. ใช้กลยุทธ์การเรียนรู้ที่ถูกจริตกับตัวเอง

คนเรามีวิธีการเรียนรู้ที่ได้ผลไม่เหมือนกัน คุณเลียนแบบวิธีการคนสำเร็จได้ แต่ผลลัพธ์ตอนท้ายอาจไม่เหมือนกัน บางคนแค่เพียงอ่านหนังและจับประเด็นได้บางเรื่อง ก็สามารถต่อยอดได้ บางคนเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากห้องเรียนที่มีคนมาสอนแบบละเอียด บางคนเรียนรู้ได้จากการลงมือทดลองทำด้วยตัวเอง แต่จากการวิจัยพบว่า คนที่มี Growth mindset จะสามารถใช้ได้หลากหลายวิธี เพราะทัศนคติที่ไม่ปิดกั้นสิ่งใหม่ ๆ นั่นเอง

4. จำไว้ว่าสมองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้

ตลอดชีวิตสมองของมนุษย์เรามีการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงให้อยู่รอดในสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ อยู่ตลอด ผู้เชี่ยวชาญด้าน Neuroplasticity ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างในสมองของเราจัดระเบียบใหม่ได้เอง แสดงให้เห็นว่า คนเราสามารถปรับแต่งตัวเองไปทางไหนก็ได้ จากต้นทางที่เราเกิดมาเริ่มแรก ซึ่งสนับสนุนแนวคิดแบบ Growth mindset ที่ความคิดของคุณเองต้องไม่ปิดกั้นศักยภาพการเรียนรู้ของสมองด้วยการไม่ยอมพัฒนา

5. ให้คุณค่ากับการเรียนรู้มากกว่าคำชม

ในระหว่างทางที่คุณกำลังพัฒนาตัวเอง ผลลัพธ์อาจจะยังไม่ได้ออกมาดีจนคนอื่นจะชื่นชม ดังนั้นหากคุณมัวแต่ให้คุณค่ากับคำชม ใจคุณจะฝ่อและหมดกำลังใจตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา บางคนที่ประสบความสำเร็จต้องพยายามเป็นร้อยครั้ง ถูกปฏิเสธหลายสิบที่ แต่พวกเขาก็ยังไม่ละความพยายาม แต่ตั้งคำถามกับตัวเองแทนว่า ครั้งนี้ได้เรียนรู้เรื่องอะไร และครั้งต่อไปจะต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้พลาดเหมือนเดิมอีก

6. สนใจที่กระบวนการระหว่างทางมากกว่าผลลัพธ์ปลายทาง

การสนุกกับระหว่างทางของการพัฒนาจะช่วยให้คุณเดินต่อไปได้เรื่อย ๆ หากคุณจดจ่อแต่ปลายทางว่าเมื่อไหร่จะถึง ๆ คุณอาจหมดสนุก ท้อ และเลิกทำไปก่อนในที่สุด คนที่มี Growth mindset มักจะสนุกกับกระบวนการเรียนรู้ของตัวเอง รู้สึกดีที่เห็นตัวเองเชี่ยวชาญขึ้นเรื่อย ๆ คล่องขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะมีติดขัดบ้าง มากกว่าจะกดดันตัวเองให้ต้องสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

7. เน้นเรียนรู้อย่างมีคุณภาพมากกว่าปริมาณ

การเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะสามารถเร่ง ๆ หรือเก็บแต้มให้ได้มากที่สุด แต่คือกระบวนการที่คุณต้องเน้นความเข้าใจ ตกผลึก และทดลองใช้จริง บางครั้งคุณจำเป็นต้องผ่านความผิดพลาดหรือล้มเหลว เพื่อก่อร่างเป็นองค์ความรู้เฉพาะตัว ดังนั้นอย่าใจร้อนเกินไป

8. เปิดใจรับคำวิพากษ์และ Feedback

การเปิดใจรับคำวิพากษ์วิจารณ์หรือ Feedback นั้นค่อนข้างยาก แต่สิ่งเหล่านี้คือวัตถุดิบชั้นดีในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ส่วนใหญ่ผู้คนรอบตัวมักจะหวังดีและปรารถนาที่จะช่วยชี้จุดที่คุณอาจมองไม่เห็นตัวเอง ขอเพียงอย่าเก็บเอามาคิดเล็กคิดน้อยหรือน้อยใจ เพราะนั่นคือทางที่คุณจะพัฒนาขึ้น

9. ชื่นชมคนที่ความพยายามมากกว่าคุณสมบัติส่วนตัว

ข้อนี้จะเป็นการฝึกตัวคุณเองเพื่อให้ความสำคัญกับความพยายาม การกระทำ มากกว่าคุณสมบัติที่ติดตัวมา เช่น ความสวย ความหล่อ หรือความฉลาด ซึ่งจะทำให้คุณชื่นชมตัวเองในแง่ของความพยายามและความมุ่งมั่นเช่นกัน

10. ปรับทัศนคติต่อคำว่า “ต้องปรับปรุง”

เพียงแค่คุณได้รับ feedback ว่าต้องปรับปรุงบางด้าน ไม่ได้แปลว่าทุกด้านของคุณจะเลวร้าย เป็นคนไร้ความสามารถ หรือชีวิตล้มเหลว ปรับมุมมองต่อคำว่าต้องปรับปรุงให้เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต้องเจอทั้งนั้น และหยิบสิ่งเหล่านั้นมาเรียนรู้และพัฒนา

สำหรับแวนเองได้มีโอกาสพัฒนา Growth mindset ตั้งแต่เด็ก เนื่องจากเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือหนังสือพัฒนาตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจ ที่มักมีเรื่องราวของคนที่ชีวิตเริ่มจากศูนย์หรือติดลบ แล้วสามารถพาตัวเองให้มาอยู่แนวหน้าหรือสร้างอิทธิพลในระดับประเทศหรือระดับโลกได้ ทัศนคติและความเชื่อของแวนจึงค่อย ๆ ถูกพัฒนาให้เชื่อในเรื่องของการเรียนรู้

ในการพัฒนา Growth mindset ของตัวเอง คุณจำเป็นต้องมีใจ “อยาก” ที่จะพัฒนา รวมทั้งจริงจังกับการเปลี่ยนแปลงตัวเอง อย่าเพิ่งท้อใจกับการพยายามไปเพียงหนึ่งหรือสองครั้งแต่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ การที่คุณเห็นใครซักคนประสบความสำเร็จหรือก้าวหน้า เบื้องหลังพวกเขาอาจพยายามมาเป็นร้อยครั้ง ผ่านความล้มเหลวมานับสิบครั้ง หรือฝึกฝนตัวเองมาหลายปี ที่สำคัญคือคุณต้องมีความเพียรและอดทนควบคู่ไปด้วย

จำไว้เสมอว่า โครงสร้างสมองเปลี่ยนแปลงได้ เซลส์ในร่างกายเปลี่ยนแปลงได้ คุณเองก็เปลี่ยนแปลงตัวเองได้เช่นกัน ขอเพียงเปิดใจเรียนรู้จากทุกเรื่องรอบตัว มีเป้าหมายในการพัฒนาตัวเองที่มีทิศทาง รับประกันได้เลยว่าคุณจะเห็นความก้าวหน้าของตัวเองแน่นอน

 

หากคุณต้องการพัฒนา Growth Mindset อย่างมีทิศทางและมีพี่เลี้ยงที่คอยดูแลตลอดทาง ดูโปรแกรมการพัฒนาตัวเองแบบมีโค้ช/พี่เลี้ยง

 



ที่มา
https://www.developgoodhabits.com/fixed-mindset-vs-growth-mindset/

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload