3 วิธีรับมือกับคำพูดแย่ ๆ จากคนอื่น

 

อาจมีบางวันที่คุณตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์แจ่มใส และหมายมั่นปั้นมือว่าวันนี้จะเป็นวันดี ๆ ของคุณ แต่แล้วคุณก็ถูกดับฝัน ด้วยคำพูดที่บั่นทอนกำลังใจของใครบางคน ซึ่งหลังจากนั้น วันดี ๆ ของคุณก็กลับตาลปัตรกลายเป็นวันแย่ ๆ ไปทันที

 

สุภาษิตโบราณก็บอกอยู่แล้วว่าอาวุธที่อันตรายที่สุดของมนุษย์คือคำพูด (ลิ้น) นั่นแสดงว่าคนเรามักถูกทำร้าย และทำร้ายกันและกันเสมอด้วยคำพูด โดยเฉพาะในวิถีชีวิตทุกวันนี้ นอกจากการพูดคุยกันต่อหน้าแล้ว ยังมีโอกาสที่จะเจอการ Bully และ hate speech ในโลกออนไลน์ได้อีกด้วย

 

คนเป็นจำนวนมากกำลังเผชิญกับภาวะ self-esteem (ความภูมิใจในตัวเอง) และ self-confidence (ความมั่นใจในตัวเอง) ต่ำเกินปกติ จนมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการถูกกระทบกระแทกด้วยคำพูดจากคนอื่น ประกอบกับการไร้กำแพงปราการจะปิดกั้นหรือมีภูมิต้านทาน อิทธิพลจากคำพูดเหล่านั้นเลยเข้าไปทำร้ายจิตใจได้เต็ม ๆ

 

ข่าวร้ายคือคุณหลีกเลี่ยงคำพูดแย่ ๆ จากคนอื่นไม่ได้ และตราบใดที่คุณยังเป็นคนธรรมดาที่มีรัก โลภ โกรธ หลง ซึ่งยังไม่บรรลุธรรมอยู่เหนืออิทธิพลคำพูดทั้งปวงแล้ว คุณก็ยังจะรู้สึกไม่มากก็น้อยจากสิ่งเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม แวนมีคำแนะนำในการรับมือกับคำพูดที่ไม่ดีจากคนอื่นมาให้คุณลองนำไปใช้ดูค่ะ

 

1. วิเคราะห์จิตของเจ้าของคำพูดแย่ ๆ นั้น

คนบางคนชอบระรานและปากเสียกับคนอื่นเป็นนิสัยและกิจวัตรปกติอยู่แล้ว ครั้งต่อไปหากคุณพบเจอคนที่ชอบพูดบั่นทอนคุณเป็นประจำ ลองใช้เวลาวิเคราะห์ในมุมมองของบุคคลที่สามว่า อะไรที่ทำให้คนคนนั้นมีนิสัยแบบนั้น เขาถูกเลี้ยงมาแบบไหน เติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมแบบไหน ครอบครัวเป็นอย่างไร

 

คนหลายคนชอบพูดจาทำร้ายคนอื่น อันเนื่องมาจากการพยายามปกป้องตัวเองไม่ให้คนอื่นเข้ามาทำร้ายตนเอง ที่เรียนรู้มาจากประสบการณ์วัยเด็กที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางการถูกรังแกหรือถูกถากถางเป็นประจำ พวกเขาจึงเรียนรู้ที่จะสร้างเกราะป้องกันตนเอง

 

แวนพบว่าหากเราเข้าใจอีกฝ่ายมากขึ้น จะทำให้เราสงบลงได้ หัวร้อนน้อยลง เครียดน้อยลง และจะเห็นอกเห็นใจมากขึ้น รวมถึงยังปล่อยวางและอภัยได้มากขึ้นด้วย

 

2. มองคำพูดที่ผ่านเข้ามาเป็นเพียงขยะ

คำพูดหรือการกระทำแย่ ๆ จากคนอื่นก็เหมือนกับวัตถุมีพิษที่ต้องเก็บทิ้งทุกวัน แน่นอนว่าหลายครั้งคุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอเรื่องราวให้ปวดหัวหรือรำคาญใจ แต่มากกว่า 50% ของเรื่องราวเหล่านั้น ไม่มีประโยชน์ที่ต้องเก็บมาคิดต่อ จดจำ หรือคิดวนเวียนให้รกสมอง ถ้าคุณไม่คิดจะเก็บขยะไว้กับตัวฉันใด คุณก็ควรทิ้งขยะในใจออกไปทุกวันด้วยฉันนั้น

 

อย่าเก็บสารพิษไว้กับตัว อย่าเอาแต่คิดวนเวียนซ้ำ ๆ ถึงเรื่องเหล่านั้น เพียงแค่หยุด ไม่คิดต่อ ไม่ทบทวน ไม่ฉายซ้ำ หยุดคิดแล้วออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ออกไปรับสิ่งดี ๆ เข้าร่างกาย เพื่อบรรเทาพิษจากสิ่งร้ายเหล่านั้นบ้าง เท่านี้ชีวิตของคุณก็เบาขึ้นเยอะแล้ว

 

3. ขอบคุณในฐานะเป็นแหล่งสร้างพลัง

คุณคงปฏิเสธไม่ได้ว่า บางครั้งคำพูดที่เจ็บแสบ คำดูถูก ถากถาง กลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้คุณออกเร่งเครื่อง ฮึดลงมือทำตัวเองให้พ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านั้น ยิ่งคุณสามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้กลับกลายมาเป็นพลังงานขับเคลื่อนคุณได้มากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ตักตวงประโยชน์จากสถานการณ์ได้มากเท่านั้น

 

การขอบคุณจะทำให้คุณมองด้านบวกมากขึ้น แต่นั่นต้องอาศัยทัศนคติและมุมมองที่สร้างสรรค์ในระดับหนึ่ง คนฉลาดจะพยายามเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนสิ่งลบ ๆ ให้กลายเป็นโอกาสในด้านบวกให้ได้ เพราะมองเห็นแล้วว่าหากปล่อยให้สิ่งลบวนเวียนอยู่ในหัวสมองนาน ๆ จะไม่เป็นผลดีกับตัวเองแน่นอน ดังนั้นจงขอบคุณและรู้สึกตามนั้นจริง ๆ ขอบคุณที่เป็นพลังให้ฮึดสู้ ขอบคุณที่ทำให้รู้ตัวเอง ขอบคุณที่ทำให้ได้ฝึกทักษะการมองในแง่บวก ฯลฯ แล้วคุณจะคุมเกมได้มากขึ้น

 

มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งของแวนมักสอนเสมอว่า ตัวปัญหานั้น ไม่ใช่ปัญหา แต่วิธีการแก้ปัญหาต่างหากคือปัญหา คำพูดแย่ ๆ นั้นไม่ใช่ปัญหา แต่วิธีการตีความ ความรู้สึก วิธีการรับมือ และวิธีการตอบโต้ออกไปต่างหากที่อาจจะทำให้เกิดปัญหา

 

ตราบใดที่คุณฝึกที่จะรับมือกับคำพูดแย่ ๆ ได้ดี สิ่งเหล่านั้นก็ทำร้ายคุณไม่ได้อีกต่อไป

#เป็นพลังใจให้ทุกคนที่ถูกบั่นทอนกำลังใจ

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

บทความล่าสุด
Please reload