5 วิธีรับมือกับความรู้สึกว่าฉันไม่ดีพอ

“คนที่รักตัวเอง คือ คนที่รู้สึกชอบตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเอง และยอมรับตัวเองในแบบที่ไม่สมบูรณ์แบบได้”

- Michael Kernis นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน

 

 

หากคิดว่าฉันไม่คู่ควรกับการมีความสุข ฉันไม่คู่ควรกับชีวิตที่ดี ฉันไม่คู่ควรกับคนดีๆ คนอย่างฉันคงไม่ประสบความสำเร็จ หรือคนอย่างฉันคงไม่สามารถแก้ปัญหาชีวิตเองได้ นั่นสะท้อนถึงการมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง Low Self-esteem และจะยิ่งทำให้คุณจัดการกับความกดดันและความเครียดที่เข้ามาในชีวิตได้ยากขึ้น

การเปรียบเทีียบตัวเองกับคนอื่น จะยิ่งทำให้ Self-esteem ของคุณลดลงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะในโลกใบนี้ย่อมมีคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าคุณ หน้าตาดีมากกว่า ได้กินอยู่เที่ยวหรูกว่า ขับรถแพงกว่า แฟนหน้าตาดีกว่า หรือมีความสามารถมากกว่าคุณเสมอ แม้ในตอนนี้คุณกำลังมีชีวิตที่ดีมากอยู่ก็ตาม แต่คุณจะไม่ตระหนักและเอาแต่เสียใจเพราะสู้ใครบางคนไม่ได้

คนไทยมักถูกสอนให้ถ่อมตัว อย่าทำตัวเด่นหรืออวดอ้างตัวเองมากเกินไป นั่นคือสิ่งที่ดี แต่หากคุณถ่อมตัวเองมากเกินไป มากซะจนคนอื่นมาดูถูกหรือกดหัว หรือจนคุณไม่มีโอกาสได้พูดหรือแสดงความสามารถออกมาเลย นั่นถือว่าอันตรายและไม่ใช่สิ่งที่ดี

คนเราถ่อมตัวได้ นั่นคือมารยาทที่น่ารักในสังคม แต่ข้างในคุณต้องเห็นว่าตัวเองมีคุณค่า มีความดีงาม และมีความสามารถอย่างไร จำไว้ว่าพื้นฐานของความสำเร็จคือความมั่นใจว่าตัวเองทำได้ ซึ่งก็ต้องเกิดจากการมองเห็นว่าตัวเองมีดีพอก่อน

 

 

มาทดสอบตัวเองคร่าว ๆ ว่าคุณมี Self-esteem อยู่ในระดับไหน

Level 1

Self-esteem ระดับต่ำเกินไป
อาการที่เห็นได้:

  • รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า

  • ไม่สนใจดูแลหรือพัฒนาตัวเอง

  • ซึมเศร้า เศร้าหมอง

  • มีภาวะความเครียดและความกดดันสะสม

Level 2

Self-esteem ระดับต่ำ
อาการที่เห็นได้:

  • รู้สึกไม่มั่นคง

  • เปราะบาง

  • ไม่กล้าแสดงออก

  • มักเครียดและกดดันตัวเอง

Level 3

Self-esteem ระดับที่เหมาะสม
อาการที่เห็นได้:

  • มั่นใจในตัวเอง

  • ประเมินตัวเองและมองโลกตามความเป็นจริง

  • มีความสุขกับชีวิต

  • สามารถจัดการอารมณ์และความเครียดตัวเองได้

Level 4

Self-esteem ที่ล้นเกินไป
อาการที่เห็นได้:

  • ชอบโอ้อวดตัวเอง อีโก้สูง

  • ปกป้องตัวเอง ตัวเองไม่ผิด

  • ไม่เป็นมิตร

  • เครียดเพราะบางอย่างไม่ได้ดังใจ

 

ใน 4 ระดับบน Self-esteem Spectrum นี้ คุณลองพิจารณาตัวเองตามความเป็นจริง เพื่อให้รู้ตัวเอง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาตัวเอง

 

 
วิธีเพิ่มความรู้สึกดีกับตัวเอง

นักจิตวิทยาชาวอเมริกันชื่อ Guy Winch ได้แนะนำวิธีการง่าย ๆ ที่คุณทำได้เลย และจะช่วยเพิ่ม Self-esteem ให้กับตัวเองได้

1. อย่าชมตัวเองด้วยคำพูดกว้าง ๆ
อย่าพูดชมตัวเองหน้ากระจกด้วยคำพูดที่แม้แต่คุณเองก็ยังไม่เชื่อ หรือใช้คำพูดที่กว้างเกินไปที่ไม่สามารถทำให้คุณเชื่อได้ เช่น “ฉันยอดเยี่ยมที่สุด” คำพูดพวกนี้กว้างดั่งแม่น้ำ และไม่ช่วยให้คุณเห็นภาพตัวเองที่เป็นรูปธรรมเลย ซึ่งจะไม่มีประโยชน์อะไร ลองปรับเป็น “ฉันเป็นคนใจดี” หรือ “ฉันเป็นคนมุ่งมั่นทำงานหนักเพื่อทำให้ได้ตามเป้าหมาย” แบบนี้จะทำให้คุณเชื่อได้มากกว่า สิ่งสำคัญคือต้องเป็นเรื่องจริงที่คุณรู้สึกได้

2. หาจุดแข็งและข้อดีให้เจอ
เก่งซักเรื่อง เอาดีซักทาง คนเราไม่เหมือนกัน มีความสามารถที่แตกต่างกัน หากคุณรู้ตัวเองว่ามีดีเรื่องไหน คุณจะเปรียบเทียบกับคนอื่นน้อยลง อิจฉาคนอื่นน้อยลง

3. ทำสิ่งที่ทำได้ดีบ่อย ๆ
สิ่งไหนที่คุณมีความสามารถ ทำได้ดี คุณควรหาโอกาสได้ทำสิ่งนั้นเสมอ หรือเป็นงานหลักของคุณได้ยิ่งดี เพราะผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำยิ่งแสดงออกมาเป็นรูปธรรม ก็จะยิ่งเป็นหลักฐานให้เห็นว่าคุณมีดี

4. ยอมรับคำชม
อย่าเอาแต่ปฏิเสธหรือผลักไสคำชม เพราะกลัวคนอื่นหมั่นไส้หรือจะดูไม่งาม จำไว้ว่าการยอมรับสิ่งที่คนอื่นชมไม่ใช่สิ่งผิด และส่วนใหญ่คนที่ชมก็อยากให้ด้วยใจจริง ครั้งต่อไปไม่ต้องรีบปฏิเสธ แต่พูดออกไปว่า “ขอบคุณ” พร้อมกับยิ้มรับ ก็เพียงพอ

5. สร้างหลักฐานว่าคุณมีคุณค่า
การลงมือทำจะช่วยสร้างหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ถึงแม้บางครั้งทำไปพลาดไป ท้อบ้าง แต่คุณจะเห็นความก้าวหน้าของตัวเอง ยืนยันด้วยการช่วยเหลือคนอื่น ทำในสิ่งที่ถนัด และชื่นชมกับด้านดีๆ ในชีวิต จะช่วยยืนยันว่าคุณเป็นคนมีคุณค่า

ข้อสังเกตเพิ่มเติมคือการดูแลตัวเองและสภาพแวดล้อมให้ดูดี จัดบ้าน โต๊ะทำงานในแบบที่คุณรู้สึกว่าคู่ควรกับสิ่งนั้น นักจิตวิทยายืนยันว่า บ้านที่รกรุงรังจะยิ่งทำให้จิตใจคุณหยุ่งเหยิงและหมองเศร้า นอกจากนี้ Neel Burton จิตแพทย์ชาวอังกฤษยังแนะนำให้คุณติดภาพหรือประกาศนียบัตรที่เป็นสิ่งยืนยันคุณค่าของคุณ จะช่วยได้มากเช่นกัน

ที่มา จากหนังสือ Stress: The Psychology of Managing Pressure (2018)

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

บทความล่าสุด
Please reload

บทความตามหัวข้อ