จากลูกจ้างสู่เจ้าของกิจการ 3 สิ่งที่คุณต้องเรียนรู้ให้เร็วที่สุด

 

 

“Entrepreneurship is about turning what excites you in life into capital, so that you can do more of it and move forward with it.”– Richard Branson

 

------------------

 

ปีนี้กิจการของแวนมีอายุครบ 3 ปีพอดี ซึ่งก็ยังถือว่าเป็นช่วงเริ่มต้นมากๆ และยังมองตัวเองว่ามือใหม่ แต่ก็ถือว่าสามปีที่ผ่านมาได้เรียนรู้ชนิดที่หากวาดเป็นกราฟ ก็ถือว่าเป็นกราฟที่สูงชัน ทบขึ้นแบบ Exponential ทีเดียว

ที่บอกว่ากราฟการเรียนรู้พุ่งสูงเพราะก่อนหน้านี้แวนไม่เคยมีประสบการณ์การเป็นผู้ประกอบการ การทำธุรกิจ หรือขายของมาก่อน ไม่ได้เรียน MBA แถมเกิดและเติบโตในครอบครัวข้าราชการ ในชีวิตนี้จึงไม่เคยฝันหรือมีเป้าหมายเรื่องการทำธุรกิจมาก่อน พูดง่ายๆ คือสนุกกับชีวิตพนักงาน ได้ทำงานที่สนุกๆ ในองค์กร เป็นที่ปรึกษา ทำงานที่ท้าทาย และเติบโตไปในเส้นทางนั้นก็สุดยอดมากๆ แล้ว พอแวนเห็นอะไรที่เป็นเรื่องธุรกิจจะหนีเลย เห็นหนังสือหมวดนี้แล้วเบือนหน้าหนี ไม่ชอบธุรกิจ ไม่ชอบการขายของ เราคือนักวิชาการ

แต่วันดีคืนดีก็มองเห็นโอกาส และมีเหตุให้ต้องตัดสินใจ สุดท้ายแวนก็เลือกที่เสี่ยงออกมาผจญภัยในเส้นทางที่ไม่เคยวางแผนหรือคาดคิดมาก่อน บอกเลยว่าในขณะที่ยังลังเลนั้นกลัวมาก กลัวทำไม่ได้ กลัวเจ๊ง กลัวไม่มีอะไรกิน กังวลและคิดมากไปหมด เพราะมันเหมือนแวนต้องออกเดินทางไปในเส้นทางที่ไม่รู้จักเลย และอาจไม่มีทางย้อนกลับมาเส้นทางเดิมได้อีก

เมื่อออกมาทำจริงๆ กระดี๊กระด๊าอยู่ได้หกเจ็ดเดือน มันเหมือนที่เคยมีคนโฆษณาชวนเชื่อไว้เลยว่า ออกมาทำอะไรของตัวเองแล้วจะได้เป็นนายตัวเอง มีอิสระ ได้ไปดูหนังหรือเที่ยวต่างจังหวัดในวันธรรมดา ที่ไม่ต้องไปเบียดแย่งกับใครได้ อยากตื่นเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องออกไปเผชิญรถติดเหมือนคนอื่นๆ ฯลฯ

แต่แล้วหลังจากนั้น แวนเริ่มเจอของจริง รู้ตัวอีกทีคือเงินจะหมดบัญชีแล้ว ยอดขายเหวี่ยงขึ้นๆ ลงๆ น่าหวาดเสียว เพราะขายของแบบไม่สนเรื่องงบการเงิน ไม่มีการบริหารต้นทุน ไม่มีกลยุทธ์หรือแผนการขาย ฯลฯ กลายเป็นล้มลุกคลุกคลาน อารมณ์แต่ละวันเหมือนนั่งรถไฟเหาะ ขึ้นสุดลงสุด จนวันหนึ่งถามตัวเองว่าเราจะไปรอดมั้ย เอาไงต่อดี จะสู้หรือจะถอย
 

 

ช่วงนั้นเป็นอะไรที่เหมือนคนเป็นซึมเศร้า ไม่มีแรงจะลุกจากเตียง หมดอาลัยตายอยาก เอาแต่นั่งซึมทั้งวัน อาบน้ำไปร้องไห้ไป ลังเลไปหมด จนถึงจุดที่สุดๆ แล้ว เลยตั้งสติ เริ่มต้นจากหยิบหนังสือธุรกิจขึ้นมาอ่าน .. แล้วสุดท้ายก็เริ่มมีแรงลุกขึ้นมาสู้ต่ออีกครั้ง ต้องขอบคุณหนังสือธุรกิจหลายๆ เล่ม รวมถึงหนังสือประวัตินักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ที่ต่อสู้มาด้วยตัวเอง

หลังจากนั้นแวนเริ่มตะลุยเรียนรู้เรื่องธุรกิจด้วยตัวเองอย่างจริงจัง อ่านหนังสือ ลงเรียนคอร์สการตลาด การขาย บัญชี พื้นฐานธุรกิจ รวมถึงเข้าหากลุ่มผู้ประกอบการด้วย แล้วค่อยๆ เอาสิ่งที่เรียนรู้มาใช้ จนตอนนี้ก็ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น มีทิศทาง มีงบการเงิน มีแผน และมองเห็นโอกาสเติบโต

ดังนั้น แวนอยากจะฝากข้อคิดไว้ว่า คุณสามารถเดินตามความฝัน ตาม Passion ของตัวเองได้ แต่สิ่งนั้นต้องตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนด้วย คุณต้องทำได้ดีในสิ่งนั้นด้วย และการจะสร้างเป็นธุรกิจนั้น เป็นอีกขั้นหนึ่งที่คุณต้องเรียนรู้และลงมือทำเยอะมากๆ และอาจมีส่วนที่คุณชอบทำอยู่ไม่ถึง 50% ในตอนแรก แต่มันเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณต้องกินนอนกับมัน
 

 

แวนขอฝากข้อคิด 3 สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแน่ๆ สำหรับคนที่ทำงานประจำ ไม่เคยรู้เรื่องธุรกิจมาก่อน และมีความคิดอยากจะลาออกมาผจญภัยในดินแดนสนธยาบ้าง

1. Mindset ต้องเปลี่ยนใหม่หมด

สำหรับตัวแวนเอง ตอนเป็นลูกจ้างกับทำธุรกิจมีวิธีคิดไม่เหมือนกัน Mindset ไม่เหมือนกัน มีหลายเรื่องที่ต้องปรับมุมมอง โดยเฉพาะมุมมองต่อการใช้เวลาและการหาเงิน การเปลี่ยน Mindset เป็นเรื่องยากมากหากคุณไม่ตระหนักและขวนขวาย คำแนะนำคือเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจเยอะๆ ฟังเยอะๆ เรียนรู้เยอะๆ

2. Skill set ต้องรื้อใหม่

สำหรับคนที่ทำอาชีพที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบัญชี ต้นทุน การขาย การตลาด คุณต้องตั้งต้นเรียนรู้ชุดทักษะใหม่สำหรับธุรกิจ ครอบคลุมทั้งงบการเงิน การขาย การตลาด การบริหารต้นทุน การบริหารทีม การจัดซื้อ บัญชี ฯลฯ คุณจำเป็นต้องทำงานหนัก เพราะต้องพัฒนาตัวเองให้เร็วเพื่อทันกับการอยู่รอดของคุณ

3. Lifestyle ต้องปรับ

จากเดิมตอนเป็นพนักงาน เครียดๆ หลังเลิกงานต้องหาที่ hang out นั่งชิลๆ ที่ร้านอาหาร ฟังเพลง หรือเดินช้อปปิ้ง ผ่อนคลายก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน ถึงวันหยุดก็วางแผนเที่ยว วางแผนลางานใช้วันลาพักร้อน ถึงเวลาก็ตื่นไปทำงานตามเวลา แต่พอออกมาทำธุรกิจในช่วงเริ่มต้น บอกเลยว่า คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้อีกต่อไป ด้วยพลังและความพยายามที่ต้องทุ่ม 120% คุณแทบไม่มีวันหยุด ซึ่งอาจต้องทำงาน 7 วัน วันละ 10 ชั่วโมงขึ้นไป รวมทั้งยังต้องฝึกเรื่องวินัยในตัวเองอย่างมากมายมหาศาล เพราะไม่มีใครมาควบคุม คุณต้องรับผิดชอบตัวเอง

เหล่านี้คือมุมมองและประสบการณ์ของแวนเอง ซึ่งอาจเหมือนหรือไม่เหมือนกับของคนอื่นก็ได้

ข้อคิดสุดท้าย แต่ละคนมีเส้นทางของตัวเอง บางครั้งอาชีพพนักงานก็อาจจะเหมาะกับคุณก็ได้ เผลอๆ มีรายได้มากกว่าคนทำธุรกิจบางคนซะอีก อย่าตามกระแส แค่รู้จักตัวเองให้ดีพอเท่านั้นเองค่ะ

#womanentrepreneur #passion

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

บทความล่าสุด
Please reload