3 วิธีเอาชนะคนที่ฉลาดกว่าคุณ

 

"3 วิธีประสบความสำเร็จสูงสุดโดยไม่จำเป็นต้องฉลาดตั้งแต่เกิด"

ความฉลาดเป็นสิ่งที่ทำให้คุณได้เปรียบคนอื่นหลายเท่าตัว ในแง่ของการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้เร็วกว่า คิดได้ดีกว่า เข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ง่ายกว่า ทำให้คุณมี ‘โอกาส’ จะประสบความสำเร็จทั้งในโลกของการศึกษา การทำงาน การทำธุรกิจ กีฬา หรืออื่นๆ มากกว่าคนอื่น นี่คือความเข้าใจของคนเราเกี่ยวกับเรื่องความฉลาด

แต่คำถามต่อมาคือ หากความฉลาดทำให้คนประสบความสำเร็จ แล้ว “ทำไมคนที่มีความฉลาดเท่ากัน ถึงประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน?”

ทำไมคนจบ Harvard, Cornell, Yale, MIT ถึงประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน?
ทำไมบางคนที่ถูกตีตราว่าหัวช้า สมองทึบตอนเรียนถึงกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จระดับโลก?
ทำไมคนที่มี IQ สูงบางคนถึงไม่ประสบความสำเร็จ?

บรรดานักจิตวิทยาต่างมีความสงสัยเรื่องนี้และพยายามศึกษาว่า นอกจากความฉลาดแล้ว ยังมีเงื่อนไขหรือปัจจัยอื่นใดอีกบ้างที่ทำให้คนเราประสบความสำเร็จในชีวิต

แล้วสิ่งที่นักจิตวิทยาค้นพบนั้น ก็ทำให้พบว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้คนเราเติบโตในชีวิตต่างกัน ส่งผลต่อความสำเร็จระยะยาว และมีอิทธิพลแซงหน้าความฉลาดของคนเรา นั่นคือ ความทรหด (Grit)
 

 


Grit เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย หลังจากที่ ดร. Angela Duckworth ได้เขียนหนังสือเรื่อง Grit จนติดอันดับขายดีใน New York Times bestseller ซึ่งเป็นเรื่องราวของผลการศึกษาและวิจัยจำนวนมาก ที่ ดร. ทางด้านจิตวิทยาคนนี้ได้พยายามค้นหาคำตอบ ถึงคำถามด้านบนที่ว่า “ทำไมคนที่มีความฉลาดเท่ากัน ถึงประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน?”

 

ทำแบบประเมินความมุ่งมั่น (Grit) ฟรี >>

ถึงแม้คนฉลาดจะสามารถเข้าเรียนสถาบันดังๆ ได้ด้วยคะแนนสอบสูงลิ่วชนิดคนทั่วไปทำไม่ได้ แต่มีคนเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่เรียนจนจบตลอดรอดฝั่ง ในขณะที่เพื่อนที่ได้คะแนนสอบเข้าพอๆ กันบางคนต้องยอมแพ้และเผ่นหนีกลางคัน

ถึงแม้วัยเด็กจะสมองทึบ หัวช้า ซ้ำชั้นหลายครั้ง แต่บางคนก็สามารถพาตัวเองมาจนกระทั่งมีผลการเรียนอันดับหนึ่งของกลุ่มเด็กเก่ง และขึ้นถึงจุดสูงสุดในอาชีพ

นั่นเป็นเพราะ “ความทรหด” ที่มีมากกว่าคนอื่น และความทรหดที่ว่านี้ ก็มี 3 สิ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ ซึ่งหากคุณปรารถนาอย่างมากจะประสบความสำเร็จไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่ง หรือเอาชนะคนที่ฉลาดกว่าคุณ คุณ “จำเป็น” ต้องมี 3 สิ่งนี้ นั่นก็คือ



1. ความเพียรพยายามที่มากกว่าคนอื่น (Effort)
 

ดร. Duckworth บอกว่า ความฉลาดนั้นให้ผลต่อความสำเร็จ แต่ความเพียรพยายามนั้นให้ผลมากกว่าสองเท่า ดังที่เราคุ้นเคยกับคำพูดที่ว่า คนฉลาดแพ้คนขยัน คนที่มีไอเดียดีแพ้คนที่ลงมือทำ (อย่างสม่ำเสมอ) นั่นเป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะการตั้งเป้าหมายที่ยากและท้าทายนั้นจำเป็นต้องใช้แรงพยายาม และวินัยในการทำอย่างสม่ำเสมอมากกว่าปกติ ซึ่งคนที่ไร้ซึ่งความเพียรพยายามย่อมจะยอมแพ้ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะตอนที่ทำแล้วยังไม่เห็นผลลัพธ์ทันทีทันใด คนทั่วไปก็มีแนวโน้มจะเลิกทำเพราะไม่ได้รับการเสริมแรงหรือเห็นผล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การควบคุมอาหารและออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก พวกเขาจะไม่สามารถรักษาวินัยในตัวเองได้จนถึงเป้าหมาย เพราะผลลัพธ์ไม่ได้ปรากฏให้เห็นทันทีหลังจากลงมือทำ

ดังนั้นหากคุณต้องการจะเติบโตไปเกินกว่าคนทั่วไป คุณจำเป็นต้องมีความเพียรพยายามมากกว่าคนทั่วไปเช่นกัน แม้จะยังไม่เห็นผลลัพธ์ในวันนี้แต่เพื่อเป้าหมายในระยะยาว
 


2. ความมุ่งมั่นที่มากเกินธรรมดา (Passion)

Passion to the long-term goal หรือการไม่ละความสนใจจากเป้าหมายที่หมายมั่นไว้ คนส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะพวกเขาเปลี่ยนความสนใจเร็วเกินไป ปีนี้หลงใหลและเอาจริงกับการทำสิ่งหนึ่ง แต่ปีหน้าก็เปลี่ยนไปสนใจอย่างอื่นอย่างรวดเร็ว โดยไม่มุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายระยะยาว

ความหลงใหลและความสนุกระหว่างการไปถึงเป้าหมายสำคัญต่อความมุ่งมั่นของคุณ หากคุณต้องการประสบความสำเร็จในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คุณต้องหาวิธีรักษาความสนใจในเป้าหมายนั้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ยอมแพ้หรือกระโดดไปทำอย่างอื่นซะก่อน พูดง่ายๆ ว่า ทำต่อเนื่องจนสำเร็จ และไม่ละทิ้งไว้ครึ่งๆ กลางๆ นั่นเอง
 


3. การไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เกินคนปกติ (Perseverance)

เมื่อพูดถึง Jack Ma มหาเศรษฐีชาวจีนที่สร้างตัวขึ้นมาจนร่ำรวย แวนเชื่อว่าหลายคนจะต้องนึกไปถึงเรื่องที่เขาสมัครเพื่อเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจำนวนกว่า 10 ครั้ง และเขาถูกปฏิเสธทุกครั้ง หรือเวลาเขาไปสมัครงานที่ไหน เขามักจะเป็นคนที่ไม่ได้รับการคัดเลือกบ่อยครั้ง แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาหยุดและไม่สู้ต่อ นี่คือตัวอย่างของคนที่ไม่ย่อท้อแม้เจออุปสรรคหรือการถูกปฏิเสธระหว่างทาง

คนส่วนใหญ่มักยอมแพ้ระหว่างทาง และน้อยคนที่จะอึดพอเพื่อไปให้ถึงเส้นชัยดังเช่น Jack Ma ดังนั้นหากคุณต้องการประสบความสำเร็จในระดับที่สูงขึ้น คุณควรต้องเพิ่มลูกอึดในการต้านทานต่อสิ่งที่จะผ่านมาชักชวนคุณให้ถอยก่อนถึงเป้าหมาย
 

 

หากคุณฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งมากขึ้นแล้ว รับรองได้ว่า การเดินทางของคุณจะง่ายและสบายๆ มากขึ้น เพราะคุณได้พัฒนาตัวเองขึ้นไปอีกระดับหนึ่งแล้ว

นี่คือเรื่องที่ทีมนักจิตวิทยาค้นพบ แต่สิ่งที่แวนพูดมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่อะไรอื่นไกล แต่คือ อิทธิบาท 4 ที่ชาวพุทธศาสนิกชนต่างคุ้นเคยกันดี แต่น้อยคนนักที่จะตระหนักหรือลึกซึ้งกับสิ่งนี้ จนกระทั่งต้องรอให้มีฝรั่งตะวันตกมาทดลอง วิจัย และยืนยันด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ก่อน พวกเราถึงจะเชื่อและให้ความสำคัญ

จำไว้ว่ายิ่งเพิ่มปัจจัยเหล่านี้ให้ตัวเองมากขึ้น โอกาสประสบความสำเร็จของคุณก็ยิ่งมากขึ้น และเมื่อต่อยอดกับความฉลาดที่คุณมีอยู่แล้ว คุณก็จะวิ่งได้เร็วและไปได้ไกลมากขึ้นไปอีก ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

 

ทำแบบประเมินความมุ่งมั่น (Grit) ฟรี >>

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

บทความล่าสุด